“ซาบีดา ไทยเศรษฐ์” เตรียมปฏิรูปวัฒนธรรม-ท่องเที่ยวไทย สานต่อปีทองความสัมพันธ์ไทย-จีน 51 ปี
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ในปี 2569 โดยเน้นย้ำความสำคัญของการบูรณาการมิติทางวัฒนธรรมเข้ากับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับสาธารณรัฐประชาชนจีนในวาระครบรอบ 51 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต
ชูโมเดล “วัฒนธรรมนำการท่องเที่ยว” นางสาวซาบีดา ระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรมกำลังเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว เพื่อลดช่องว่างในการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลักดัน “ซอฟต์พาวเวอร์” (Soft Power) ของไทยสู่ระดับสากล เป้าหมายหลักคือการเปลี่ยน “ทุนทางวัฒนธรรม” ให้กลายเป็น “รายได้ทางการท่องเที่ยว” อย่างยั่งยืน
สานสัมพันธ์ไทย-จีน สู่ปีที่ 51 อย่างมั่นคง ในโอกาสครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และครบรอบ 22 ปี ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ ท่านรัฐมนตรีมีแผนที่จะขยายความร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน ในการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางศิลปวัฒนธรรมขนาดใหญ่ตลอดทั้งปี อาทิ:
-
มหกรรมศิลปะและการแสดง: การอัญเชิญการแสดงทางวัฒนธรรมจากมณฑลสำคัญของจีนมาจัดแสดงในไทย และการส่งเสริมศิลปะพื้นบ้านไทยไปอวดโฉมในหัวเมืองใหญ่ของจีน
-
เส้นทางท่องเที่ยวสายศรัทธาและประวัติศาสตร์: การพัฒนารูทท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงรากเหง้าวัฒนธรรมไทย-จีน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มคุณภาพ (High Spenders) ที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงลึก
-
ความร่วมมือด้านดิจิทัลคอนเทนต์: ส่งเสริมการผลิตสื่อและคอนเทนต์วัฒนธรรมร่วมกัน เพื่อเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยมทั้งในไทยและจีน
“Unseen Thai Thai” มิติใหม่แห่งการเข้าถึงวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันโครงการ “Unseen Thai Thai” เพื่อค้นหาและนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง โดยจะมีการแปลข้อมูลและจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เป็นภาษาจีน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT) จากจีนที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในเมืองรองของไทย
นางสาวซาบีดา ทิ้งท้ายว่า “ความสัมพันธ์ไทย-จีน ไม่ได้มีเพียงมิติทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่รากฐานที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจในวัฒนธรรมของกันและกัน การปฏิรูปครั้งนี้จะทำให้การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเป็นฟันเฟืองหลักในการสร้างมิตรภาพและรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชนทั้งสองประเทศ”
