“จีน-ไทย” ภิรมย์ชมจันทร์ หนุนท่องเที่ยวในแดนมังกร

“จีน-ไทย” ภิรมย์ชมจันทร์ หนุนท่องเที่ยวในแดนมังกร

ปัจจุบัน มีคนไทยจำนวนมากนิยมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ ศูนย์วัฒนธรรมจีน ประจำกรุงเทพฯ ได้จัดงานหวังส่งเสริมวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนให้คนไทยได้รู้จัก นำไปสู่การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม 2 ประเทศ

ในสัปดาห์นี้ ชาวจีนจัดเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่เรียกว่า “จงชิวเจี๋ย” มีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของทุกปี และยังเป็นสัปดาห์แห่งการท่องเที่ยววัฒนธรรมจีน ถือเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ชาวจีนต้องการแบ่งปันความสุขให้กับประชาชนไทย

“เชว่ เสี่ยวหัว” ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ เล่าถึงความสำคัญ “เทศกาลไหว้พระจันทร์” ในแบบฉบับจีนว่า เป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมานานนับพันปี สันนิษฐานเริ่มแรกเป็น “การบูชาพระจันทร์” กล่าวคือโลกของเรามีความเชื่อมโยงทั้ง “พระอาทิตย์และพระจันทร์” ซึ่งปรากฏบนฟากฟ้าสลับกัน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นเมื่อสองพันปีก่อน เทศกาลไหว้พระจันทร์แผ่หลายอย่างมากการฉลองเพื่อกราบไว้พระจันทร์มีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 กลางฤดูใบไม้ร่วงต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่งพบว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์ได้รับความนิยมอย่างมาก และประเพณีนี้ได้รับการสืบสานจวบจนถึงปัจจุบัน ว่ากันว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์เริ่มเป็นที่นิยมตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่น และถือประเพณีปฏิบัติมาจนถึงศตวรรษที่ 20 ซึ่งวันนั้นจนถึงวันนี้ก็นานมาก นี่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ส่วนความหมายของเทศกาลไหว้พระจันทร์ในค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวง ผู้คนจะคิดถึงบ้านเกิด คนรัก ครอบครัว ญาติพี่น้อง และรอฤดูกาลเก็บเกี่ยวด้วยใจเป็นสุข ซึ่งประเพณีที่สืบทอดกันมานี้ ปัจจุบันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมล้ำค่าและซ่อนสีสันแห่งความสุขไว้

เทศกาลไหว้พระจันทร์ เป็นหนึ่งใน 4 เทศกาลสำคัญๆ ตามประเพณีจีน ซึ่งรัฐบาลจีนกำหนดไว้ในปี 2549 นอกจากนี้ยังมีเทศกาลตรุษจีน เทศกาลเช็งเม้ง เทศกาลเรือมังกร ขณะเดียวกันยังยกให้เทศกาลนี้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จากนั้นในปี 2551 เทศกาลไหว้พระจันทร์ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดของประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้อยู่ร่วมกับครอบครัว การไหว้พระจันทร์ เริ่มต้นในช่วงหัวค่ำที่พระจันทร์เริ่มปรากฏบนท้องฟ้า เพื่อให้ทุกคนร่วมอธิษฐานขอพรต่อดวงจันทร์ หลังจากนั้นสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดก็มาร่วมวงกินขนมไหว้พระจันทร์ เป็นการส่งต่อมิตรภาพ แสดงความกตัญญู ปรารถนาให้ชีวิตอยู่เย็นเป็นสุข โดยเหตุผลที่ทำขนมไหว้พระจันทร์เป็นก้อนกลมก็เพื่อแสดงถึงสัญลักษณ์ความกลมเกลียว 

ปีนี้ ศูนย์วัฒนธรรมจีนฯ ได้ร่วมกับสำนักงานบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันขงจื้อแห่งจุฬาฯ จัดกิจกรรมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ตรงกับวันที่ 10 กันยายน 2565 เพื่อส่งต่อให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ โดยได้จัดคอนเสิร์ต “ไทย-จีน” ภิรมย์ชมจันทร์ เต็มดวงทั่วหล้า ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ  ภายในงานจะจัดให้ชมจันทร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ เคล้ากับเสียงดนตรี และถ่ายภาพกับดวงจันทร์ยักษ์ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00 น. นอกจากนี้ ยังได้จัดนิทรรศการ “ภิรมย์จันทร์” สำหรับผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพได้ร่วมชมภาพถ่ายเกี่ยวกับดวงจันทร์จากช่างภาพชาวไทย – จีน ณ นิทรรศสถาน  อาคารศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 7 ต.ค.นี้

ขณะเดียวกัน ทางศูนย์วัฒนธรรมจีนฯ ได้จัดงานส่งเสริม “สัปดาห์การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมจีน” ประจำปี 2565 ในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1 – 15 กันยายน ภายใต้ธีมหลัก 5 หัวข้อ ได้แก่ การบรรเทาความยากจนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ การฟื้นฟูชนบท การก่อสร้างในเมือง วัฒนธรรมแม่น้ฮวงโฮ และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเส้นทางสายไหม ซึ่งเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของศูนย์วัฒนธรรมและสำนักงานการท่องเที่ยว เฟซบุ๊ก ติ๊กต๊อกเวอร์ชันต่างประเทศ 

เพื่อแนะนำเกี่ยวกับการปกป้องและสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนอย่างครอบคลุม บทบาท สำคัญของความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมยุคจีนร่วมสมัย ปัจจัยด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวในการลดความยากจนแบบจีน การแบ่งปันประสบการณ์จีน ภูมิปัญญาจีน และการแก้ปัญหาของจีนกับโลก จีนพร้อมจะแสดงทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของเสฉวนด้วยทิวทัศน์ที่สวยงาม และสร้างภาพลักษณ์ของ “ประเทศจีนที่สวยงาม”ผอ.ศูนย์วัฒนธรรมจีนฯ กล่าวว่า เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไปประเทศจีนหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ในงานสัปดาห์การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมจีนนี้ ยังได้จัดตั้ง “หลักสูตรการท่องเที่ยวจีน” ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านการท่องเที่ยวและผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในประเทศจีน ท่านสามารถลงทะเบียนออนไลน์เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจีนล่าสุด อีกด้วย 

 

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1025854